Batman  Arkham  Knight มาพร้อมกับบทที่ทำให้ ผู้เล่นติดหนึบจนจบเกม

นับเป็นเวลา  1 ปี  หลังจากเหตุการณ์ใน  Arkham  City  ที่ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ  และแล้ว  Guottham  ก็ถูกคุกคามอีกครั้งโดย  Scarecrow  ผู้ที่ขู่ว่าจะปล่อยสารพิษมาสู่  Gottham  ทั้งเมือง  ทำให้ประชาชนต้องหนีตายออกจาก  Gottham  ออกมา  เหลือเพียงแต่เหล่าอาชญากรนับพันคน  และผู้รักษากฎหมายเพียงไม่กี่หยิบมือ  ที่ยังคงปักหลักอยู่ในเมือง  Gottham    ก็ไม่พ้นที่แบทแมนจะต้องออกโรงอีกครั้ง

เนื้อเรื่องของเกมส์  ที่เสริมความดึงดูดในการเล่นได้เป็นอย่างดี

และศึกครั้งนี้ ได้ปรากฏจอมวายร้ายหน้าใหม่  ที่จะมาในชื่อของ  Arkham  Knight  ผู้ที่มีความสามารถที่เท่าเทียมกับแบทแมน  ทั้งยังเป็นผู้นำเหล่าทหารรับจ้าง  โดยเขาได้เข้ามาที่  Gottham  โดยมีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั่น  คือ  ฆ่าแบทแมนนั่นเอง  เนื้อเรื่องของ    Batman  Arkham  Knight  ก็อาจจะดูธรรมดา  แต่จริงๆ  แล้วจะมาพร้อมกับบทที่เข้มข้นมาก  สามารถทำให้ผู้เล่นติดหนึบกับมันไปได้จนจบเกม  ด้วยรูปแบบของการเล่าเร่องของซีรีส์  Arkham  ที่จะคอยมีจุดเซอร์ไพรส์ให้คนเล่นได้ตลอด  ทั้งในเนื้อหาในสไตล์นี้ยังมีจำนวนเยอะกว่าในภาคก่อนๆ  จึงทำให้ช่วยเสริมความดึงดูดในการเล่นได้เป็นอย่างดี

ในฉากของ  Gottham  ที่มีขนาดใหญ่กว่าฉากใน  Arkham  City  ถึง  3 เท่า  แต่ก็ยังเทียบเท่ากับ  GTA  ยังไม่ได้  เพราะ Batman  Arkham  Knight  จะไม่ได้เน้นที่ความกว้างของฉาก  แต่ในขนาดของเองที่ดูจำกัด  แต่ผู้เล่นจะไม่ได้รู้สึกว่ามีพื้นที่น้อยเลย  ด้วยการออกแบบโครงสร้างที่เน้นความลึกมากกว่าขนาด  ทำให้ฉากของเมือง  Gottham  เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อนนั่นเอง

ภารกิจภายในเกมส์ ที่ต้องอาศัย ทักษะที่ต่างกัน

นอกจากเนื้อเรื่องที่สนุกนั้น  การดีไซน์ภารกิจก็ดีไม่แพ้กัน  ยิ่งเมื่อผู้เล่นเล่นไปไกลเท่าไหร่  ตัวเกมก็จะนำเสนอภารกิจในรูปแบบที่แปลกใหม่  และท้าทายยิ่งกว่าเดิม  โดยภารกิจแต่ละอย่างนั้น  จะต้องการทักษะที่ต่างกัน  บางภารกิจอาจจะต้องการความเชี่ยวชาญในการต่อสู้  บางภารกิจต้องใช้ความช่างสังเกต   หรือบางครั้งผู้เล่นอาจจะต้องใช้ทั้งไหวพริบ  และความแม่นยำไปพร้อมๆ  กัน  ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างนั้นดูท้าทายมากขึ้น  ทั้งยังสนุกมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

แต่แม้ภารกิจจะดูสร้างสรรค์  ในบางครั้งบางภารกิจนั้นอาจจะจัดให้ผู้เล่นทำอะไรแบบเดิมๆ  หลายๆ  รอบ  แม้ว่าจะทำให้ดูท้าทายมากแค่ไหน  แต่การทำสิ่งเดิมๆ  กว่าสิบกว่ารอบ  ก็อาจจะสามารถทำให้ผู้เล่นเบื่อได้

ตั้งแต่ที่    Asylum  เปิดตัวออกมา  ระบบต่อสู้แบบ  Free  Flow  Combat  ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของซีรีส์นี้  และในภาคสุดท้ายนี้  ทางทีมงานก็ได้ใส่ความสนุกมาแบบเต็มพิกัด  และท่วงท่าที่หลากหลาย  ผสมเข้ากับการใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม  จึงทำให้ภาพของการต่อสู้ออกมาได้สวยงามยิ่งกว่าเดิม  รวมทั้งบรรดาศัตรูที่ถูกออกแบบมาให้มีความท้าทายมากขึ้น  ผู้เล่นจึงต้องมีหูตาที่ไวมากกว่าเดิมนั่นเอง  จึงเรียกได้ว่าเกมนี้  เป็นอีกเกมหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย

credit from : STEAM

write by : pulsarstarsolution.com

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร